smok ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ ลอยมหาสมุทร 

smok
smok

“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ smok ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ ลอยมหาสมุทร คุณครูประแรงวิทยาลัยนิเทศ ศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยรังสิต smok แถลงการณ์ในการสัมมนา การขับเขยื้อนเชิงแผนการการควบคุมยาสูบกระแสไฟฟ้า ของเมืองไทย จัดโดย หน่วยงานวิจัยแล้วก็จัดแจง วิชาความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ภา

ควิชา แพทยศาสตร์ โรงหมอรามาหัวหน้า มัธยมมหิดล ว่า จากการศึกษาเล่าเรียนเหตุการณ์การแพร่ สินค้ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์ในหนทางการ ติดต่อสื่อสารออนไลน์ ในตอน เดือนธันวาคม 2561 – เดือนพฤษภาคม 2562 พบว่า ผู้ค้ายาสูบกระแสไฟฟ้าใช้สื่อออนไลน์และก็โซเชียล มีเดีย

ทุกชนิดเพื่อแพร่ระบาดสินค้า โดยพบได้มากที่สุดหมายถึงเฟซบุ๊ก มีถึง 94 ไอดี คิดเป็นปริมาณร้อยละ 26 รองลงมาเป็น ไลน์ 86 ไอดี หรือจำนวนร้อยละ 24 เว็บ 83 เว็บไซต์ จำนวนร้

อยละ 23 อินสตาเอ็งรม 62 ราย ปริมาณร้อยละ17 แล้วก็ทวิตเตอร์ 32 ราย ปริมาณร้อยละ 10 รวมทุกสื่อ จ านวน 357 ไอดี

 “ผลพวงที่เกิดขึ้นมาจากการเปิดรับโซเชียลเน็ตเวิร์คที่เผยแพร่ยาสูบกระแสไฟฟ้า พบว่า ก่อความศรัทธาไม่ถูก โดยพบว่ากลุ่มทดลองจำนวนร้อยละ 34 มั่นใจว่ายาสูบกระแสไฟฟ้าไม่เสพติด จำนวนร้อยละ 32.2 มั่นใจว่ายาสูบกระแสไฟฟ้าไม่ก่อโรคมะเร็งปอด แล้วก็ปริมาณร้อยละ 39 มั่นใจว่า การสูบ

ยาสูบกระแสไฟฟ้าเป็นการสูบควันไอน้ าเพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูก เพราะฉะนั้น เพื่อการควบคุมยาสูบกระแสไฟฟ้าให้มี ความสามารถ ภาครัฐควรจะขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ 2วิถีทางหมายถึงFacebook Thailand แล้วก็ Line Thailand โดยยิ่งไปกว่านั้นการห้ามโปรโมท การตลาดเพื่

อจ าหน่ายยาสูบทุกชนิด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.ศรีรัชกล่าว ด้าน ภญ.ดร.อรลักษณ์ ปรับปรุงโคมไฟ สาขาวิชาระบาดวิทยาสถานพยาบาล รว

ทั้งชีวสถิติ แผนกแพทยศาสตร์ โรงหมอรามาหัวหน้าบอกว่า การประเมินค่าความ สูญเสียที่เกิดขึ้นจากยาสูบกระแสไฟฟ้าในเชิงเศรษฐวิทยา สาธารณสุ

 โดยการผลิตโมเดลเพื่อกล่าวโทษ สูญเสียจากโรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากการสูบยาสูบที่ถูกชักน า ด้วยการใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้าเวลาที่เป็นเยาวช

 ค านวที่ในมุมสังคม เงินลงทุนทางตรงทางด้านการแพทย์ เงินลงทุนทางตรงที่ไม่ใช่ด้านการแพทย์ รวมทั้งเงินลงทุน ทางอ้อม พบว่า ผลพวงจากรายจ่ายสำห

รับในการ รักษาแล้วก็ค่าพลาดโอกาสสำหรับการกำเนิดโรคต่อปีพอๆกับ 534,571,710 บ าท ซึ่งเป็นคว ามสูญเสียท าง เศรษฐวิทยาแล้วก็สุขภาพของเยาวชนรวมทั้ง ราษฎรไทยที่จำต้องแบกรับภาระจากยาสูบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมอีก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุนิดา ความรอบรู้วงษ์ กรุ๊ปการศึกษาค้นคว้าวิจัย เพื่อกา รควบคุมยาสูบ

 คณะพยาบาลศาสตร์ จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย ก ล่ า ว ว่ า บุ ห ปรี่ อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่ชื่นชอบเยอะขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นในก

รุ๊ป เด็กและก็เยาวชน ในอเมริกามีกล่าวว่า การใช้ ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ในกรุ๊ปผู้เรียนมัธยมมากขึ้นร้อย ละ 74 โดยเพิ่มจากจำนวนร้อยละ 11.7 ในปี 2560 เป็น

ร้อย ละ 20.8 ในปี 2561 การใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์เป็น ต้นเหตุข

องการท างานที่เปลี่ยนไปจากปกติของเซลล์เยื่อบุเส้นโลหิต, เกิดภาวะที่อนุมูลอิสระเข้า ไปท าลายระบบต่างๆข้างในเซลล์ของร่างกาย, หัวใจเต้นเร็วขึ้น, ความดันเลือดมากขึ้น และก็ท าให้มีการเสพติด ในปี 2560 มีรายงานการสังเคราะห์

วิชาความรู้จากงานค้นคว้าวิจัยที่เป็น การเล่าเรียนติดตามในระยะยาวเกี่ยวกับยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งผอง 9 เรื่อง ครอบคลุมกลุ่มทดลองที่เป็นวัยรุ่นและก็วัยผู้ใหญ่ตอนแรก 16,621 คน อายุระหว่าง 14-30 ปี พบว่า คนที่ เคยใช้ยาสูบ

อิเล็กทรอนิกส์ได้โอกาสที่จะเริ่มดูดบุหรี่ จำนวนร้อยละ 30.4 ขณะที่ผู้ไม่เคยใช้ แนวโน้มที่จะเริ่มดูดพอๆกับ ปริมาณร้อยละ 7.9 นอกเหนือจากนั้นยังพบว่

าคนที่เคยใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ ได้โอกาสที่จะเริ่มดูดบุหรี่จำพวกอื่นๆมากยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยทดลองใช้แทบ 4 เท่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุนิดาบอกว่า ส่วนกรุ๊ปผู้ดูดบุหรี่พบว่า แม้ใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ ในตอน 1 เดือนที่ผ่านมา ได้โอกาสกลับไปดูดบุหรี่มากยิ่งกว่าคนที่มิได้ใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ ถึง 4 เท่า ตอนนี้มีการศึกษ

าเล่าเรียนเพิ่มทั้งยังในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และก็ทวีปเอเชีย โดยส่งผล การค้นคว้าที่สอดคล้องต้องกันว่า วัยรุ่นซึ่งยังไม่เคยดูดบุหรี่มาก่อนแล้วก็ทดลองใช้ยาสูบ อิเล็กทรอนิกส์มีทิศทางที่จะเริ่มดูดบุหรี่ในตอนหลัง ดังเช่น ไต้หวันมีข้อบังคับควบคุมยาสูบ อิเล็กทรอนิกส์เมื่อปี 2561 โดยน้ ายาบุหยีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีนิวัวว่ากล่าวนจัดเป็นผลิตภัณฑ์ยาที่ ไม่ถูก

ต้องตามกฎหมาย รวมทั้งห้ามประชาสัมพันธ์ว่ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีนิโคตินเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วย เลิกยาสูบ แม้กระนั้นยังมีช่องว่างของข้อบังคับท าให้เยาวชนยังหาซื้อยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นทางอินเทอร์เน็ตเหมือนกันกับภาวะในประเทศไทย” “ไต้หวันเก็บข้อมูลกลุ่มของตัวอย่างเป็นเด็กนักเรีย

กนักเรียนที่เคยใช้ยาสูบอิเล็กทรอนิกส์มี แนวโน้มที่เริ่มดูดบุหรี่ในคราวหลังมากยิ่งกว่าพวกที่ไม่เคยใช้ กลุ่มวัยรุ่นในไต้หวันมีทิศทาง ที่จะใช้อีกทั้งยาสูบอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งยาสูบปกติ เพิ่มจากจำนวนร้อยละ 0.9 ในปี 2557 เป็นร้อย ละ 1.6 ในปี 2559 ที่ส าคัญมีความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้ากับการใช้กัญชาใน กรุ๊ปที่เ

คยใช้ยาสูบกระแสไฟฟ้ามาก่อนมีช่องทางที่จะดูดกัญชามากยิ่งกว่าผู้ที่ไม่เคยใช้ 3.47 เท่า ยิ่ง เยาวชนอายุน้อยรวมทั้งใช้อีกทั้งยาสูบอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งดูดบุหรี่ด้วย ยิ่งมีลัษณะทิศทางที่จะดูด กัญชาเพิ่มมากขึ้น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สุนิดากล่าว